วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

บัวลอยไข่หวาน


ส่วนผสม
แป้งข้าวเหนียว
50 กรัม
น้ำเปล่า (สำหรับผสมตัวแป้ง)
1 ช้อนโต๊ะ
น้ำคั้นใบเตย
1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย
250 กรัม
น้ำเปล่า
1 ถ้วยตวง
หัวกะทิคั้นข้นๆ
1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น
1/4 ถ้วยตวง
ไข่ไก่
3 ฟองวิธีทำ1. ผสมน้ำเปล่ากับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน ใส่กระทะตั้งไฟพอเดือด จนส่วนผสมเป็นน้ำเชื่อมข้นๆ เบาไฟอ่อนๆ รอจนน้ำเชื่อมเป็นยางมะตูมอ่อนๆ เบาไฟอ่อน 2. ผสมแป้งข้าวเหนีว 25 กรัมกับน้ำเปล่า และผสมแป้งที่เหลือกับน้ำคั้นใบเตย นวดจนเนียน ปั้นเป็นเม็ดกลมเล็ก ใส่ก้อนแป้งลงต้มจนแป้งสุกใสและลอยขึ้น ตอกไข่ไก่ลงไปต้มในน้ำเชื่อม จนไข่สุกลอยขึ้น3. ตั้งกะทิให้เดือด ใส่เกลือป่นคนจนละลาย4. ตักบัวลอยใส่ถ้วย ตักน้ำกะทิราดข้างบน จัดเสิร์ฟถ้าอยากมีลูกบัวลอยสีอื่นๆก็ใช้น้ำคั้นจากผัก-ผลไม้ที่มีสีสันก็ได้นะคะ

สาคูเปียกลูกแปะก้วย


ส่วนผสมสาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วยตวงลูกแปะก๊วยต้มพอสุก 1/2 ถ้วยตวงน้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวงน้ำเปล่า 3 ถ้วยตวงวิธีทำ1. นำสาคูไปเลือกเอาผงออก สงให้สะเด็ดน้ำ แล้วพักไว้2. ต้มแปะก๊วยให้พอสุกนิ่ม พักไว้3. ผสมน้ำตาลทราย กับน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ตั้งไฟให้เดือด ยกลงกรอง ยกขึ้นตั้งไฟเคี่ยวสักครู่ ใส่แปะก๊วย พอเดือดสักครู่ ยกลง4. ต้มน้ำเปล่าที่เหลืออีก 2 ถ้วยตวง จนเดือด เทสาคูลง คนให้ทั่ว ทิ้งไว้สักครู่ จนสาคูสุกและใส5. ใส่แปะก๊วยที่เชื่อมไว้ ลงไปพร้อมน้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน6. ถ้าไม่หวานพอให้ใช้น้ำตาล ทำเป็นน้ำเชื่อมเติม ถ้าสาคูข้นขึ้น ให้เติมน้ำร้อนลงไป เพราะเวลาที่สาคูเย็น จะแห้งและข้นขึ้น

ผลไม้ลอยแก้ว


1. ลองหลับตานึกถึงภาพผลไม้หลากสีหลายรส ทั้งเปรี้ยวจี๊ดหวานจัด มีกลิ่นหอม หั่นชิ้นสวยๆมาวางจัดใส่จานแก้วใสๆ เติมน้ำแข็งบดลงไปอีกสักนิด พอน้ำแข็งเริ่มละลายผสมกับน้ำเชื่อมกลิ่นส้ม คุณว่าอร่อยขนาดไหน ว่าแล้วก็รวบรวมผลไม้ในใจคุณก่อนเลย จากนั้นเคี่ยวน้ำเชื่อมด้วยน้ำตาลทรายขาว น้ำส้มซันคิสต์ (จากผลส้มสดสัก 2 ลูก) ขูดเอาผิวลงผสมด้วยเล็กน้อยพอแค่ได้กลิ่น มากเกินไปจะขม2. ปอกหั่นตัดแต่งผลไม้ให้สวย แต่อย่าลืมว่าผลไม้ที่จะนำมาเชื่อมลอยแก้วนั้นไม่ควรสุกมากเพราะเนื้อจะเละเวลาเชื่อม เตรียมผลไม้ที่สุกง่ายไว้หลังสุด นำหม้อน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ขึ้นตั้งบนเตา ใช้ความร้อนปานกลาง พอน้ำเชื่อมเริ่มเดือดปุด เติมน้ำส้มสดพร้อมผิวส้มและเกลือป่น ชิมรสดูหวานมากไปให้เติมน้ำมะนาวได้เล็กน้อย3. เมื่อน้ำเชื่อมเดือดดีแล้วค่อยๆใส่ผลไม้ที่เตรียมไว้ลงเชื่อมทีละชนิด แค่ผลไม้สุกเป็นพอ ปิดไฟ ฉีกใบสะระแหน่โรยใส่ พักให้เย็น ระหว่างพักจนความร้อนค่อยๆเย็นลงนั้น ผลไม้ที่เชื่อมจะยังสุกต่อไป ตอนเชื่อมจึงต้องระวังอย่าให้ผลไม้สุกมากไปเพราะเมื่อเนื้อผลไม้เย็นก็จะเละเทะไม่น่าดู ไม่น่าทาน จากนั้นตักใส่จาน โรยน้ำแข็งบด พร้อมเสิร์ฟได้เลย

ซ่าหริ่ม


ส่วนผสมตัวซ่าหริ่ม (สีขาว)แป้งถั่วเขียว 1/2 ถ้วยตวงน้ำลอยดอกมะลิ 3 ถ้วยตวงวิธีทำตัวซ่าหริ่ม1. ผสมแป้งถั่วเขียวกับน้ำ คนจนแป้งละลาย กรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่กระทะทองเหลือง นำไปตั้งไฟกวนจนแป้งสุกและใส ยกลงจากเตา2. ตักแป้งที่กวนแล้ว ใส่ที่กดซ่าหริ่ม ค่อยๆกดลงในถังน้ำเย็นแล้วเปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง เทใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ ห่อด้วยผ้าขาวบางแยกเป็นสีๆหมายเหตุถ้าทำสีอื่น เช่น สีชมพู ให้ใส่สีผสมลงในแป้ง หรือสีเขียวใช้น้ำใบเตยแทนน้ำลอยดอกมะลิส่วนผสมน้ำกะทิน้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวงน้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วยตวงกะทิ 1 ถ้วยตวงวิธีทำผสมน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิ นำไปตั้งไฟคนจนน้ำตาลทรายละลาย นำกลับไปตั้งไฟใหม่จนเดือดทั่วและน้ำเชื่อมข้น ใส่กะทิลงไปคอยคนอย่าให้กะทิเป็นลูก พอเดือดทั่ว ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น เวลาจะรับประทานตักขนมใส่ถ้วย ใส่น้ำกะทิและน้ำแข็งทุบละเอียด
เรื่องนี้มีผู้อ่าน 26,243 คน มีผู้ตอบ 78 คน

หยกมณี


ส่วนผสม
สาคูเม็ดเล็ก
1 ถ้วย
มะพร้าวขูดขาว
2 ถ้วย
เกลือป่น
1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย
1 1/2 ถ้วย
แป้งมัน
3 ช้อนโต๊ะ
น้ำ
2 ถ้วย
น้ำใบเตยข้นๆ
1/2 ถ้วยวิธีทำ1. ล้างสาคูให้หมดเศษผง ใส่ชามพักไว้2. เคล้ามะพร้าวขูดกับเกลือเข้าด้วยกัน นึ่งพอร้อน พักไว้สำหรับโรยหน้า3. ต้มน้ำให้เดือด เทใส่ชามสาคู ใส่น้ำตาล แป้งมัน คนให้เข้ากัน ใส่น้ำใบเตย คนให้ทั่วอีกครั้ง4. ตักใส่ถ้วยอะลูมินั่มฟอยล์ เรียงใส่ลังถึง นึ่งในน้ำเดือดไฟแรง ประมาณ 10 นาทีหรือจนสุก โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดที่เตรียมไว้ เสิร์ฟ

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ขนมไข่หงส์



เครื่องปรุง ตัวเปลือก เผือกนึ่งสุกยีละเอียด 1/2 ถ้วยตวง แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วยตวง น้ำกะทิคั้นข้น 1/4 ถ้วยตวง น้ำมันสำหรับทอด ไส้ขนม ถั่วเขียวซีกนึ่งสุกบดละเอียด 2 ถ้วยตวง รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดงเจียวเหลือง 1/4 ถ้วยตวง เกลือ น้ำตาล สำหรับปรุงรส น้ำมันสำหรับผัดน้ำสำหรับเคลือบน้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวงวิธีทำ1. นวดเผือก แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า หัวกะทิเข้าด้วยกันจนนุ่มมือ อย่าให้เปียกหรือแห้งมากเกินไป ถ้าเปียกเวลาปั้นให้แตะแป้งแห้งเป็นนวล2. กระทะตั้งไฟใส่น้ำมัน 1-2 ช้อนโต๊ะ นำรากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกลงผัดจนหอม ใส่ถั่วบดลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ และพริกไทยป่น ชิมให้รสจัด ใส่หอมเจียวผัดให้แห้ง ปั้นได้ ทิ้งไว้พออุ่น ปั้นเป็นลูกกลมประมาณหัวนิ้วมือ พักไว้3. นำแป้งที่นวดไว้มาแผ่เป็นแผ่นกลมหุ้มไส้ถั่วที่ปั้นไว้ให้มิด คลึงเบาๆให้กลม นำไปทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ทิ้งไว้ให้เย็น4. กระทะที่ทอดขนมไว้ เทน้ำมันออก ตั้งไฟ ใส่น้ำตาลลงไป เติมน้ำเล็กน้อย ใช้ไฟอ่อน ผัดสักครู่จนน้ำตาลละลายหมดและเหนียว นำขนมที่ทอดสุกแล้วลงผัดให้น้ำตาลจับกับขนม ตักขึ้นทิ้งไว้ให้เย็น น้ำตาลจะตกผลึกจับกับขนม

เพื่อนๆไปดูการเลี้งปลากัน...ไหม http://pong-bom.blogspot.com

ขนมโสมนัส


ส่วนผสม

ไข่ไก่ 2 ฟอง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายละเอียด 1 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ใส่มะพร้าวที่ ขูดไว้ลงในถาด เกลี่ยให้บางเสมอกัน นำไปอบที่อุณหภูมิ 200 องศา จนมะพร้าวแห้งกรอบ นำออกจากถาดปล่อยพักไว้ให้เย็น
ตีไข่ขาวให้ขึ้นจนไข่ตั้งยอด แล้วใส่น้ำตาลทีละน้อย เมื่อน้ำตาลหมดใส่เกลือตีต่อไปจนไข่ตั้งยอดอีกครั้ง
เทมะพร้าวที่อบแห้งแล้วลงในไข่เคล้าเบาๆให้เข้ากัน
ตักขนมที่ผสมกันเรียบร้อยแล้วเป็นก้อนกลม วางลงบนถาดที่ทาน้ำมันไว้บางๆ นำเข้าอบที่อุณหภูม 250 องศา จนขนมแห้งกรอบดี แซะออกจากถาดผึ่งไว้ให้เย็น

ไปดูการเเกะสลักกันไหมครับ http://ple-doraemon.blogspot.com/
หรือเพื่อนๆ จะไปดูบล็อกที่น่าสนใจต่อไปนี้ค่ะ
บล็อกการเลี้ยงปลาของบอม http://pong-bom.blogspot.com/
บล็อการเลี้ยงปลาของปอง http://pong-fish.blogspot.com/
บล็อกการประดิษฐ์ดอกไม้ของเบ้า http://sudarat-flower.blogspot.com/
บล็อกการเลี้ยงปลากัดของอ๊อบ http://of-fish.blogspot.com/
บล็อกดอกไม้ไทยของดุ๋ย http://duy-flower.blogspot.com/
บล็อกการแกะสลักของเปิ้ล http://ple-doraemon.blogspot.com/
ขอให้เพื่อนๆ หรือผุ้สนใจคลิกชมตามสบายค่ะ แล้วเราจะมีบทความดีๆ ออกมาเสนอเรื่อยๆ ค่ะ
จากมันสมองอันชาญฉลาดของนักเรียน ป.5-6 โรงเรียนบ้านทองหลางค่ะ อิอิ